Archive for the ‘หนังฝรั่ง’ Category

อวตาร Avatar

November 26th, 2009

อวตาร Avatar จะนำผู้ชมไปสู่โลกใหม่ ที่เหนือล้ำเกินกว่าจินตนาการที่ผู้ชมจะคาดคิด เรื่องราวของฮีโร่คนหนึ่งที่ไม่ได้คาดหวังว่าตัวเองจะเป็นมหาบุรุษ เขาออกเดินทางเพื่อไถ่บาปที่ค้างคาอยู่ในจิตใจของเขา และได้ค้นพบตัวเอง และเผอิญได้ไปเป็นฮีโร่ที่ช่วยกอบกู้สงครามอารยธรรม ของชาวเผ่าพื้นเมือง บนดวงดาวนั้นแทน

ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในความคิดของ เจมส์ คาเมรอน มาตั้งแต่ 14 ปีที่แล้ว แต่ในตอนนั้น คาเมรอนรู้ดีว่าด้วยเทคโนโลยีในสมัยนั้นไม่สามารถตอบโจทย์ตาม จินตนาการของเขาได้

หลังจากใช้เวลา 4 ปีที่ผ่านมาในการเตรียมงานสร้าง ทำให้เขาเชื่อว่า อวตาร จะบันดาลความอัศจรรย์มิติใหม่ให้แก่โลกภาพยนตร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเทคนิคที่เขาทุ่มเทคิดค้น สามารถบอกได้เลยว่าเป็นการปฏิวัติทางเทคโนโลยี ครั้งยิ่งใหญ่แห่งวงการ มันสามารถเนรมิตให้ความรู้สึกว่าฟิล์มนั้นหายไปแล้วได้สิ่งที่ทดแทนมาคือ อารมณ์ร่วมเสมือนหนึ่งว่าผู้ชมได้เข้าไปเป็นตัวละครในภาพยนตร์เรื่องนี้ และได้ร่วมผจญภัยไปกับภาพยนตร์เรื่องนี้ทั้งเรื่อง

อวตาร Avatar  จะเปิดฉายในเมืองไทย 17 ธันวาคมนี้ ก่อนอเมริกา


2012 วันสิ้นโลก

November 26th, 2009

2012 วันสิ้นโลก

จากตัวอย่างหนังที่ดูแล้วถึงกับ “ขนลุก” ในความยิ่งใหญ่ และสมจริงของฉาก “หายนะ” ที่ได้ประจักษ์แก่สายตาทุกคู่ไปเรียบร้อย เชื่อเหลือเกินว่า 2012 จะต้องเป็นหนังอีกหนึ่งเรื่องที่หลายๆ คนรอคอยอย่างแน่นอน แต่สำหรับใครที่ยังสงสัยว่า “วันสิ้นโลก” จะเกิดขึ้นจริงตามคำทำนายหรือเปล่า? และถ้าเกิดขึ้นจริง โลกจะพบกับจุดจบอย่างไร? อยากรู้ไปดูกันเลย…

ที่ผ่านมามีคำทำนาย และทฤษฎีต่างๆ ที่ว่าด้วยการ ดับสลายของโลก เล่าขานสืบทอดต่อกันมามากมาย และเพื่อให้ทุกคนดู 2012 วันสิ้นโลก แบบได้อรรถรสยิ่งขึ้น ต่อไปนี้ คือ 5 ทฤษฎีว่าด้วย วันสิ้นโลก ที่เราเก็บมาฝากกัน

1.ทฤษฏีที่ได้รับการกล่าวขวัญและถูกอ้างอิงมากที่สุด (และเป็นไอเดียต้นคิดที่ถูกนำมาสร้างเป็นหนังเรื่อง 2012 วันสิ้นโลก ด้วย) คือ คำทำนายของชนเผ่ามายันที่ว่า โลกจะถึงคราวดับสูญใน วันที่ 21 ธันวาคม 2012 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า ด้วยชุดตัวเลข 212012 โดยวันดังกล่าวถือเป็นวันสิ้นสุดปฏิทินลอง เคาต์ (Long Count) หรือ ปฏิทินลำดับที่ 3 ของชาวมายัน ซึ่งเริ่มต้นในปี 3114 ก่อนคริสตกาล และจะดำเนินต่อเนื่องเป็น 13 รอบบักตุน (Baktun) กินเวลาทั้งสิ้นราว 5,126 ปี บวกลบออกมาแล้วก็ตรงกับปี 2012 พอดิบพอดี โดยคำทำนายได้ระบุเอาไว้ว่า ในวันนั้นโลกจะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งมโหฬารไล่เรียงตั้งแต่ ภัยธรรมชาติที่จะทำลายทุกสิ่ง ไปจนถึงสงครามอภิมหาโลกาวินาศ จนไม่มีมนุษย์คนไหนรอดชีวิต

2. นอกจากทฤษฎีวันสิ้นโลกของชนเผ่ามายันแล้ว ยังมีข้อมูลทางดาราศาสตร์ที่ระบุไว้ว่า จะเกิดพลังงานลึกลับที่จะเปลี่ยนแปลงโลกไปตลอดกาล โดยในเวลาที่ดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรมากที่สุด ในช่วงฤดูหนาวของ ปี 2012 นั้น ดวงอาทิตย์จะอยู่ระนาบเดียวกับใจกลางของทางข้างเผือก เป็นครั้งแรกในรอบ 2.6 หมื่นปี ซึ่งหมายความว่า พลังงานทุกประเภทจากใจกลางของทางช้างเผือก จะปะทะกับพลังงานทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็นของโลกในวันที่ 21 ธันวาคม 2012 เวลา 23.11 น. และสมมติว่า มีมนุษย์เหลือรอดบนโลก เผ่าพันธุ์มนุษย์ก็จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะส่งผลให้เกิดการกลายพันธุ์ของ ดีเอ็นเอ ซึ่งบางทีอาจจะทำให้ มนุษยชาติต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง!

3. มีข้อมูลทางธรณีวิทยาที่ชี้ว่า ปี 2012 คือปีที่ภูเขาไฟใต้น้ำ ครบกำหนดเวลา 7.4 หมื่นปีที่ต้องระเบิดตัวเอง โดยสัญญาณเตือนภัยครั้งล่าสุด คือเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิถล่มเมื่อปี 2004 ที่บอกให้ชาวโลกรู้ว่า โครงสร้างพื้นผิวโลกได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แล้ว

4. มีนักวิทยาศาสตร์บางรายบอกว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของโลกจะเป็นภัยคุกคามที่ย้อนกลับมาทำลาย ล้างมนุษยชาติเองในท้ายที่สุด โดยในบทความเรื่อง “วันสิ้นโลก” ของ ไมเคิล แฮนลอน ในเว็บไซต์เดลี เมล์ ระบุว่า วันสิ้นโลก ที่ เกิดขึ้นอาจไม่ได้มาจากหายนะทั้งหลายตามคำทำนายใดๆ แต่มาจากภัยเงียบที่ก่อตัวมานาน ซึ่งมนุษย์ไม่เคยใส่ใจต่างหาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบคอมพิวเตอร์ที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพ และเป็นจุดกำเนิดของ เทคโนโลยีต่างๆ จนสามารถคิดค้นเครื่องจักร และหุ่นยนต์ที่มีศักยภาพทัดเทียมความเป็นมนุษย์ เข้าไปทุกที และจุดจบของโลกจะอุบัติขึ้นใน วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2065 โดยบรรดาหุ่นยนต์อันชาญฉลาดจะเริ่มเข้าควบคุมมนุษย์โลก ผู้คนทั้งหลายต้องขาดแคลนอาหาร ไร้ที่อยู่ และท้ายที่สุดในปี 2100 มนุษย์ต้องผันตัวเองกลับไปใช้ชีวิตในถ้ำอย่างในอดีต ขณะที่เมืองต่างๆ ก็ตกเป็นของเหล่าเครื่องจักรที่มนุษย์สร้างขึ้นนั่นเอง (เอ๊ะ! ทำไมคล้ายกับหนังเรื่อง คนเหล็ก จังเลย…ฮา)

5. ทฤษฎีแกนโลกเอียงของ ชาร์ล ฮาปกู้ด ที่เคยเสนอไว้ตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษที่ 50 ว่าในอนาคตข้างหน้า แกนโลกจะเริ่มเปลี่ยนองศา ซึ่งจะส่งผลให้พื้นผิวโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ และจะทำให้เกิดภัยพิบัตินานาชนิดขึ้นทั้ง คลื่นยักษ์สึนามิ, แผ่นดินไหว, ภูเขาไฟระเบิด มีคนเคยอ้างด้วยว่า แม้แต่ อัลเบิร์ต ไอนสไตน์ ยังเห็นด้วยกับทฤษฎีที่ว่านี้

The Ugly Truth

November 1st, 2009

ญ.หญิงรักด้วยใจ ช.ชายรักด้วย…

The Ugly Truth

เรื่องย่อ
แอ็บบี้ ริชเตอร์ (แคเธอรีน ไฮเกิล) โปรดิวเซอร์สาวสุดมั่นแห่งรายการทอล์คโชว์ยามเช้าผู้เพียบพร้อมด้วยความ สามารถในการแก้ปัญหาได้ทุกสถานการณ์ ยกเว้นเรื่องหัวใจ มีเหตุให้ได้มาร่วมงานกับไมค์ แชดเวย์ (เจอร์ราร์ด บัตเลอร์) ผู้สื่อข่าวพิเศษที่ถูกจ้างให้มากอบกู้เรตติ้งรายการของเธอที่กำลังตกฮวบ และด้วยนิสัยยียวนกวนโมโหของไมค์ ทำให้แอ็บบี้ ไม่ชอบขี้หน้าเขาอย่างมาก แต่เมื่อแอ็บบี้ ดันไปปิ๊งหนุ่มในสเปคคนหนึ่งเข้าให้ เธอจึงต้องขอความช่วยเหลือจากไมค์ เพราะต้องการรู้ความคิดอ่านของผู้ชาย จนกระทั่งไมค์ ตกลงปลงใจที่จะช่วยให้เธอประสบความสำเร็จในความรัก แต่หลังจากที่แอ็บบี้ ทดลองใช้ทฤษฎียั่วยวนเพศตรงข้ามของไมค์แล้ว ทั้งคู่ก็ได้เรียนรู้ถึงบางอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน

เรื่องนี้ขอบอกว่าสนุกมากๆครับ ควรจะไปดูอย่างยิ่ง

รักอมตะของชายท่องเวลา

October 5th, 2009
THE TIME TRAVELER’S WIFE รักอมตะ ของชายท่องเวลา

รักอมตะของชายท่องเวลา – THE TIME TRAVELER’S WIFE

Lead Actors
Rachel McAdams, Eric Bana,  Ron Livingston
Director
Robert Schwentke
Genre
Drama | Romance | Sci-Fi

“The Time Traveler’s Wife” ภาพยนตร์ที่อิงจากหนังสือขายดี ในเรื่องราวของความรักที่อยู่เหนือกาลเวลา แคลร์ (เรเชล แมคอาดัมส์) หลงรักเฮนรี่ (เอริค บานา) มาทั้งชีวิต เธอเชื่อว่าเขาทั้งสองถูกลิขิตให้อยู่ร่วมกัน ถึงแม้ว่าเธอจะไม่เคยรู้ได้ว่าเมื่อไหร่ที่พวกเขาจะต้องถูกพรากจากกัน : เฮนรี่เป็นนักท่องเวลา—เขาเหมือนถูกสาปด้วยความผิดปกติทางยีนส์ ที่ทำให้เขาต้องใช้ชีวิตข้ามเส้นแบ่งเวลา และกระโดดข้ามไปมาในช่วงชีวิตอย่างควบคุมไม่ได้ แม้ว่าในความเป็นจริง การเดินทางของเฮนรี่จะทำให้พวกเขาต้องห่างกันโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า แต่แคลร์ก็ยังพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะสร้างชีวิตกับรักแท้ของเธอ

“The Time Traveler’s Wife” กำกับการแสดงโดย โรเบิร์ต ชเวนท์เก (“Flightplan”) จากบทภาพยนตร์โดยเจ้าของรางวัลตุ๊กตาทอง บรูซ โจแอล รูบิน (“Ghost”) อิงจากนวนิยายโดยออเดรย์ นิฟเฟเนกเกอร์; นิค เวลชเลอร์ และดีดี การ์ดเนอร์ เป็นผู้อำนวยการสร้าง, และแบรด พิตต์, ริชาร์ด เบรเนอร์, ไมเคิล ไวส์ และจัสติน สกรีน รับหน้าที่อำนวยการบริหาร ผู้ร่วมอำนวยการสร้างคือคริสติน ฮาห์น
ผู้นำทีมนักแสดงซึ่งรับบทเป็นแคลร์และเฮนรี่ คือ เรเชล แมคอาดัมส์ (“Red Eye,” “The Notebook”) และเอริค บานา (“Star Trek,” “Munich”) “The Time Traveler’s Wife” ยังร่วมแสดงโดย อาร์ลิส โฮเวิร์ด, รอน ลิฟวิงสตัน และสตีเฟน โทโบโลสกี้
ทีมงานครีเอทีฟซึ่งอยู่เบื้องหลังการทำงาน ได้แก่ ผู้กำกับภาพ ฟลอเรียน บอลเฮาส์ (“Marley & Me”), ผู้กำกับศิลป์ จอน ฮัตแมน (ภาพยนตร์ใหม่เรื่อง “My Sister’s Keeper”), ผู้ลำดับภาพเจ้าของรางวัลตุ๊กตาทอง ทอม โนเบิล (“Witness”) และผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายซึ่งได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลตุ๊กตาทอง จูลี่ ไวส์ (“Frida,” “12 Monkeys”) ดนตรีประกอบโดย ไมเคิล แดนน่า (“Lakeview Terrace”)
นิวไลน์ ซินีม่า ภูมิใจเสนอผลงานจากแพลนบี/นิค เวชเลอร์ โปรดักชั่น ภาพยนตร์โดยโรเบิร์ต ชเวนท์เก “The Time Traveler’s Wife” กำหนดออกฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 14 สิงหาคม 2009 ภาพยนตร์จะจัดจำหน่ายโดยวอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส หนึ่งในกลุ่มบริษัทวอร์เนอร์ บราเดอร์ส เอ็นเตอร์เทนเมนท์

เรื่องนี้น่าพาแฟนไปดูนะครับ

Streets of Blood (2009)

September 27th, 2009

Streets of Blood (2009)

ชื่อไทย ตำรวจระห่ำกระชากปมโหด
ชื่ออื่นๆ

Microwave Park
New Orleans
Ruas de Sangue

ประเภท Crime / Drama / Thriller
เรตภาพยนตร์ R
วันที่เข้าฉาย 24 กันยายน 2552
ความยาว 95 นาที

กำกับโดย Charles Winkler
เขียนโดย Eugene Hess, Dennis Fanning

นำแสดงโดย

Val Kilmer Andy Devereaux
50 Cent Stan Green
Sharon Stone Nina Ferraro
Michael Biehn Agent Brown
Jose Pablo Cantillo Pepe
Brian Presley Barney
Barry Shabaka Henley Capt. John Friendly
Luis Rolon Fernando Chamorro
Defecio Stoglin Jambalaya Jake
Davi Jay Ray Delacroix
Pilar Sanders Yolanda Green
Darcel White Moreno Tanya
Shirly Brener Selina
Tze Yep Wu Kim
Marcus M. Mauldin Diesel

สร้างโดยประเทศ USA

เรื่องย่อ
6 เดือนหลังจากภัยพายุเฮอร์ริเคนคาทรินา เหล่าอาชญากรใช้จังหวะที่เมืองนิวออร์ลีนส์กำลังวุ่นวายอยู่กับการฟื้นฟูเมือง ปรากฏตัวออกมาก่อความวุ่นวายไปทั่ว แต่แม้ในสภาพการณ์ที่มีความเสี่ยงสูงมากเช่นนี้ ในแวดวงตำรวจเองก็ยังมีการใช้อำนาจไปในทางมิชอบเช่นกัน ตำรวจนักสืบรุ่นเก๋า แอนดี เดอเวอโรซ์ (วัล คิลเมอร์) ร่วมมือกับคู่หูคนใหม่ สแตน กรีน (ฟิฟตีเซ็นต์) …

X-Men Origins Wolverine เอ็กซ์-เม็น กำเนิดวูล์ฟเวอรีน

September 16th, 2009

X-Men Origins Wolverine X–เม็น กำเนิดวูล์ฟเวอรีน

แนว : แอ็คชั่น
นักแสดงนำ : ฮิวจ์ แจ๊คแมน
ผู้กำกับ : เกวิน ฮูด
กำหนดฉาย 29 เมษายน 2009

ภาพยนตร์เรื่อง X-MEN ORIGINS: WOLVERINE หรือ X–เม็น: กำเนิดวูล์ฟเวอรีน เป็นปฐมบทของอภิมหาตำนาน X–เม็น เป็นการรวมตัวกันระหว่าง วูล์ฟเวอรีน (Wolverine) กับเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ชื่อดังในโลกของ X–เม็น อีกหลาย ๆ คน ในมหากาพย์บทสำคัญที่กลุ่มอิทธิพลพลังมหาศาลริอาจคิดทำลายมนุษย์กลายพันธุ์ ทุกผู้ทุกนามให้สูญพันธุ์

ฮิวจ์ แจ๊คแมน (Hugh Jackman) กลับมารับบทที่ส่งให้เขาเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลก บทนักสู้ยิบตาที่มีพลังรักษาตัวเองอย่างน่าทึ่ง, กรงเล็บอาดาแมนเทียมสุดแข็งแกร่ง, และความแค้นคับอกที่พร้อมจะระเบิดเป็นพลังเข้าห่ำหั่นศัตรูชนิดบ้าดีเดือด

 

 

ภาพยนตร์ เรื่อง X-MEN ORIGINS: WOLVERINE หรือ X–เม็น: กำเนิดวูล์ฟเวอรีน ยังคงรักษากรอบประเพณีที่สืบเนื่องต่อกันมาจากภาคก่อนของตำนาน X–เม็น ด้วยการคงสมดุลระหว่างความน่าตื่นตาตื่นใจของเรื่องราวเข้ากับภาพที่ดูสม จริง ในขณะเดียกวันก็เสริมความลึกซึ้งเข้าถึงอารมณ์อันหลากหลาย และยังล้วงลึกถึงความสัมพันธ์ของตัวละครทั้งหมดด้วย

 

 

ภาพยนตร์ เรื่อง X-MEN ORIGINS: WOLVERINE หรือ X–เม็น: กำเนิดวูล์ฟเวอรีน ยังเปิดมนุษย์กลายพันธุ์ที่ผู้ชมเฝ้าตั้งตาคอยจะได้เห็นบนจอภาพยนตร์กันเต็ม ๆ หลายคนด้วย ทั้ง Team X กองกำลังพิเศษที่รวบรวมเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์เข้าไว้ด้วยกัน อันประกอบด้วย วูล์ฟเวอรีน (Wolverine), พี่ชายของเขาที่ชื่อ วิคเตอร์ ครี้ด (Victor Creed) หรือที่รู้จักกันในนามเซเบอร์ทู้ธ (Sabretooth) เจ้าของพละกำลังมหาศาลที่ยังหาใครมากำราบให้เชื่องไม่ได้, เว้ด วิลสัน (Wade Wilson) ที่ต่อมารู้จักกันในนาม เดดพูล (Deadpool) มือปืนรับจ้างสุดไฮเทคที่เชี่ยวชาญการใช้ดาบเป็นอาวุธชนิดหาใครเปรียบไม่ได้ , สายลับหมายเลขศูนย์ (Agent Zero) นักแม่นปืนฝีมือฉกาจและเป็นผู้เชี่ยวชาญการสืบหาติดตามเป้าหมายที่ยอมรับกัน ว่า เก่งกว่ามือวางอันดับหนึ่ง, เรธ (Wraith) ผู้มีความสามารถในการเคลื่อนย้ายสสารจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง (teleporter) ได้อย่างน่าทึ่ง, เฟร็ด เจ ดุ๊ค (Fred J. Dukes) หรือเดอะ บล๊อบ (The Blob) เมือกตัวมหึมาสุดแข็งแกร่งและน่าขยะแขยงสุด ๆ, และแบร้ดลี่ (Bradley) มนุษย์กลายพันธุ์ที่สามารถควบคุมพลังไฟฟ้าได้อยู่หมัด

 

 

ผู้นำกองกำลังพิเศษหน่วยนี้ก็คือ วิลเลี่ยม สไตร้คเกอร์ ที่เคยปรากฎตัวมาให้ผู้ชมได้รู้จักกันแล้วใน X2 หรือ X–เม็น 2 แต่ในภาคนี้ผู้ชมจะได้รู้จักที่มาที่ไปนับตั้งแต่กำเนิด ตลอดจนแรงบันดาลใจที่ทำให้เขามุ่งมั่นขนาดนี้อย่างถึงแก่น รวมถึงความสัมพันธ์อันสลับซับซ้อนของเขากับวูล์ฟเวอรีน (Wolverine) ซึ่งจะเป็นตัวบ่งชี้ความผูกพันที่มีต่ออดีตของโลแกน และน่าจะทำนายอนาคตให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นด้วย

 

 

ภาพยนตร์ เรื่อง X-MEN ORIGINS: WOLVERINE หรือ X–เม็น: กำเนิดวูล์ฟเวอรีน ยังตีแผ่ความสัมพันธ์สุดลึกซึ้งระหว่างโลแกนกับเคย์ล่า วิลเวอร์ฟ๊อกซ์ (Kayla Silverfox) ที่จบลงด้วยโศกนาฏกรรมสุดสลด ชะตากรรมของเคย์ล่าเป็นแรงกระตุ้นให้โลแกนตัดสินใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ โครงการ Weapon X ซึ่งเป็นการทดลองลับสุดยอดของกองทัพที่มีมูลค่ามหาศาลนับเป็นพันล้านเหรียญ ซึ่งมีวูล์ฟเวอรีนและเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์อีกหลาย ๆ คนเป็นกลจักรสำคัญ รวมทั้ง แกมบิท (Gambit) หรือหนุ่มน้อยสก๊อต ซัมเมอร์ (Scott Summers) ซึ่งต่อมารู้จักกันในนามไซครอป (Cyclops), เอ็มม่า ฟรอสต์ (Emma Frost) มนุษย์กลายพันธุ์สาวสวย, และเดดพูล (Deadpool) ซึ่งท้ายที่สุดแล้ววูล์ฟเวอรีนต้องมาดวลกันตัวต่อตัวด้วย

 

 

ใน ขณะที่ภาพยนตร์เรื่อง X–เม็น ภาคก่อน ๆ จะเกิดขึ้นในอนาคตแต่ไม่ไกลจากปัจจุบันเท่าไหร่นัก แต่เหตุการณ์ในภาพยนตร์เรื่อง X-MEN ORIGINS: WOLVERINE หรือ X–เม็น: กำเนิดวูล์ฟเวอรีน ซึ่งเป็นปฐมบทของอภิมหาตำนาน X–เม็น เกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์ในทุก ๆ ภาค แต่ก็ไม่ได้ถอยย้อนอดีตไปไกลมากนัก น่าจะอยู่แค่ราวทศวรรษ 1970 แต่ก็มีบางช่วงเหมือนกันที่ถอยย้อนกลับไปราว ๆ 150 ปี ซึ่งช่วยส่งให้ภาคล่าสุดน่าตื่นตาตื่นใจทั้งในแง่ของความอลังการและความมุ่ง มั่นที่จะผลักดันใน X–เม็น น่าสนใจมากยิ่งขึ้น “เราพยายามจะสร้างภาคนี้ให้เกินความคาดหวังของทุก ๆ คนให้ได้” ฮิวจ์ แจ๊คแมน (Hugh Jackman) ดารานำแสดงและผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ฟันธง “เราไม่ได้อยากสร้างแค่หนังดี กันสักเรื่องนะ แต่เราอยากให้ผลงานที่ออกมาเหนือชั้นกว่าในทุก ๆ ด้านเลยล่ะ”

Crank High Voltage แครงก์ คนคลั่ง ไฟแรงสูง

September 16th, 2009

Crank High Voltage
แครงก์ คนคลั่ง ไฟแรงสูง


ภาพประกอบภาพยนตร์ Crank High Voltage / แครงก์ คนคลั่ง ไฟแรงสูง

วันที่เข้าฉาย : 16 เมษายน 2552
แนวหนัง : แอ๊คชั่น
กำกับโดย : มาร์ก เนเวิลดีน
นักแสดง : เจสัน สเตแธม, เอมี่ สมาร์ท

Crank High Voltage เริ่มต้นก็บู๊ระห่ำต่อจากไคลแม็กซ์ของ Crank ทันที นั่นคือ หลังจากที่ เชฟ เชลิออส (เจสัน สเตแธม) มือปืนท้าตายไร้สังกัดทิ้งดิ่งจากเฮลิคอปเตอร์ลงมานอนแน่นิ่งอยู่บนสี่แยก อันแสนวุ่นวายใจกลางกรุงลอสแองเจลิส ร่างที่ยับเยินของเขาก็ถูกยัดใส่ท้ายรถตู้ของแก๊งอาชญากรจากเอเชีย สาม เดือนต่อมา เชฟตื่นขึ้นอีกครั้งในขณะที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงผ่าตัด อันเป็นเตียงเดียวกับที่ศัลยแพทย์ชาวจีนเคลื่อนย้ายหัวใจของเขาและปลูกถ่าย หัวใจเทียมซึ่งอาศัยพลังงานจากแบตเตอรี่เข้าไปแทน เขา นอนนิ่งเพื่อประเมินสถานการณ์เลวร้ายอยู่สักพัก ก็ลุกขึ้นมาลุยแหลกจนหลุดพ้นออกมาจากการถูกกักตัวได้ และนี่คืออีกครั้งที่เขาต้องวิ่งเพื่ออยู่รอด ทว่า สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก หลังจากที่เชฟรู้ว่าหัวใจเทียมนั้นมีอายุการใช้งานจำกัดถ้าไม่ชาร์จ แบตเตอรี่สม่ำเสมอ แต่เขากลับซวยทำเข็มขัดติดตั้งแบตเตอรี่หาย จึงต้องพึ่งอุปกรณ์ชิ้นใหม่ของเพื่อนซี้ ด็อกเตอร์ ไมลส์ (ดไวท์ โยแค่ม) ก่อนจะลุยต่อไปบนเส้นทางของความอยู่รอด พร้อมๆ กับชาร์จไฟให้หัวใจทุกวิถีทาง ตั้งแต่เอานิ้วแหย่ปลั๊กไฟไปจนถึงเสียดสีร่างกาย ทุกๆ อย่างเป็นไปได้ทั้งนั้น

ตลอด 12 ชั่วโมงของวันในฤดูร้อนอันแสนบ้าคลั่ง เชฟซอกแซกตามหาหัวใจที่ถูกฉกไปทั่วทั้งเมือง ระหว่างทาง พอได้พบกับแฟนสาวคนเดิม คือ อีฟ (เอมี สมาร์ท) ก็เกี่ยวเธอมาร่วมเสี่ยงตายด้วย เขาวิ่งทะลุทะลวงจนวายป่วงไปทั้งเมือง มีปฏิสัมพันธ์กับทั้งหมู่มิตร ศัตรูคู่อาฆาต หรือแม้แต่คนบ้า โดยที่ใครหรืออะไรที่ขวางหน้าเป็นต้องพินาศไปตามๆ กัน แต่กระนั้น ศัตรูตัวร้ายก็ยังดาหน้าเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น หนุ่มแม็กซิกันทรงเสน่ห์หัวหน้าแก๊งอาชญากร เอล อูรอน (คลิฟตัน คอลลินส์ จูเนียร์) ผู้ซึ่งยึดถือความสัตย์ซื่อเป็นกฎเหล็ก รวมไปถึงสมุนของแก๊ง ลอส วาโตส ภายใต้คำสั่งของ เอล อูรอน และองค์กรลับจากแดนมังกร นำโดยชายชราปริศนาอายุร่วมร้อยปี นามว่า ปุน ด็อง (เดวิด คาราดีน)


ภาพประกอบภาพยนตร์ Crank High Voltage / แครงก์ คนคลั่ง ไฟแรงสูง


ภาพประกอบภาพยนตร์ Crank High Voltage / แครงก์ คนคลั่ง ไฟแรงสูง

เลคชอร์ เอนเทอร์เทนเมนท์ และ ไลออนส์เกต พิกเจอร์ส ภูมิใจเสนอ Crank High Voltage ควบคุมงานสร้างโดย ทอม โรเซนเบิร์ก, แกรี ลุคเคซี, สกิป วิลเลียมสัน และ ริชาร์ด ไรท์ ประสานพลังเขียนบทและกำกับภาพยนตร์โดย มาร์ก เนเวิลดีน และไบรอัน เทย์เลอร์

ความ ดุเดือดครั้งใหม่ปะทุขึ้น เมื่อแก๊งอาชญากรชาวจีนปล้นหัวใจพันธุ์อึดไปจากอกของมือปืนดิบเถื่อนอย่าง เชฟ เชลิออส (เจสัน สเตแธม) แล้วแทนที่ด้วยหัวใจเทียมซึ่งอาศัยพลังงานจากแบตเตอรี่ ด้วยความที่อยากได้หัวใจจริงๆ คืนมา พร้อมกับชำระแค้นหัวขโมยให้สาสม งานนี้มือสังหารตาน้ำข้าวสุดระห่ำจึงต้องไล่ล่าสายฟ้าแลบไปทั่วลอสแองเจลิส ชนทุกอย่างที่ขวางหน้า ใครกล้าขวาง…มันต้องแหลก

เรื่องราวใน Crank High Voltage เขียนและกำกับโดย มาร์ก เนเวิลดีน กับ ไบรอัน เทย์เลอร์ ซึ่งอยู่เบื้องหลัง Crank หนังสุดฮิตในปี 2006 รวมไปถึงหนังที่กำลังจะเข้าฉายเรื่อง Game (นำแสดงโดย เจอราร์ด บัตเลอร์)

เจสัน สเตแธม (The Transporter, The Bank Job) กลับมารับบทนำเป็นมือปืนสุดระห่ำ เชฟ เชลิออส อีกครั้ง นอกจากนี้ นักแสดงที่เคยรับบทในภาคแรกเมื่อปี 2006 ไม่ว่าจะเป็น เอ มี สมาร์ท (Road Trip, Mirrors) ในบท อีฟ, ดไวท์ โยแค่ม (Sling Blade) ในบท ด็อกเตอร์ ไมลส์ และ เอเฟรน รามิเรซ (Napoleon Dynamite) ต่างก็กลับมารับบทเดิมในหนังภาคต่อเช่นกัน พร้อมด้วยนักแสดงสมทบความดุเดือดอย่าง คลิฟตัน คอลลินส์ จูเนียร์ (Capote, ภาคก่อนของ Star Trek ซึ่งกำลังจะเข้าฉาย) และ ไป่หลิง (Red Corner, Love Ranch ที่กำลังจะได้ชมกัน)

ทีม เบื้องหลังอื่นๆ ได้แก่ แบรนดอน ทรอสต์ (ผลงานที่กำลังจะออกฉายคือ Pulse 2) รับหน้าที่ผู้คุมงานภาพ, เจอร์รี เฟลมมิง (Crank และผลงานที่กำลังจะออกฉายคือ Game) รับหน้าที่ผู้ออกแบบงานสร้าง และ เดย์นา พิงค์ (Tenacious D in the Pick of Destiny) เป็นผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย

Crank High Voltage จัดจำหน่ายในอเมริกาเหนือโดย ไลออนส์เกต และจัดจำหน่ายทั่วโลกโดย เลคชอร์ เอนเทอร์เทนเมนท์


ภาพประกอบภาพยนตร์ Crank High Voltage / แครงก์ คนคลั่ง ไฟแรงสูง


ภาพประกอบภาพยนตร์ Crank High Voltage / แครงก์ คนคลั่ง ไฟแรงสูง

เรื่องย่อ Up ปู่ซ่าบ้าพลัง

September 11th, 2009

เรื่องย่อ Up ปู่ซ่าบ้าพลัง

 

ภายนตร์ การ์ตูนส์แอนนิเมชั่น 3D

เรื่องย่อ” UP ปู่ซ่าบ้าพลัง “ วอลท์ ดิสนีย์ พิกซาร์พร้อมดันผลงานชิ้นโบว์แดงเรื่องที่ 10 ออกสู่สายตาผู้ชมด้วยเนื้อเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิด! เมื่อคุณปู่วัยขาสั่นอายุใกล้ 80 ‘คาร์ล เฟรดริกเซน’ ซู่ซ่าเต็มร้อยออกเดินทางข้ามทวีปตามล่าหาฝัน กับการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ที่น่าตื่นเต้นที่ต้องพบกับเหล่าร้ายและการตามล่ามากมาย และแล้วคุณปู่สุดซ่าก็ได้ค้นพบตัวเองในที่สุดว่า ชีวิตการเป็นซูเปอร์ฮีโร่นี่เพิ่งเริ่มต้นเมื่อถึงวัยใกล้ฝั่งจริงๆ

แต่สิ่งที่ทำให้การผจญภัยในครั้งนี้เป็นเสมือนฝันร้ายที่ไม่อยากตื่นมาเจอเลยของปู่ซ่าของเรา นั่นก็คือ รัสเซล ลูกเสือวัย 9 ขวบ นักผจญภัยที่เกิดมาพร้อมกับคำถามในทุกๆเรื่อง และเตรียมป่วนในทุกสถานการณ์ มาดูกันว่าที่ว่าบ้าพลังนั้น คุณปู่ของเราจะบ้ากับความยุ่งของเจ้าหนูรัสเซลก่อนจะได้ใช้พลังหรือไม่ จากผู้กำกับที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ พีท ด็อกเตอร์ จาก มอนส์เตอร์อิงค์ ให้เสียงโดย เอ๊ด เอสเนอร์, คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์, และแน่นอน จอห์น แรทเซนเบอร์เกอร์ นักแสดงคนเดียวที่ได้พากย์เสียงในภาพยนตร์ทุกเรื่องของพิกซาร์ ซึ่งคราวนี้เขาจะรับบทเป็น คนงานก่อสร้างชื่อ ทอม เตรียมตัวผจญภัยบนท้องฟ้า ตะลุยป่าดงพงไพรไปกับฮีโร่วัยดึกและลูกเสือขี้สงสัย ในระบบดิสนีย์ดิจิตอล 3 มิติทะลุจอ

11 มิถุนายน 2552

 ทุกโรงภาพยนตร์ และ ในระบบดิสนีย์ดิจิตอล 3 มิติ